เข้ากลุ่มเรียนรู้การเทรดและรับข่าวสารด้านการลงทุน 👉 เข้าร่วมกลุ่มคลิกเลย !
Zigzag Pattern อ่านให้ออกใช้ได้จริง
Zigzag Pattern อ่านให้ออกใช้ได้จริง

Zigzag Pattern: ทำไมโครงสร้าง 5–3–5 ถึงเป็นหนึ่งในแพทเทิร์นที่ “หากินได้จริง” ของคนอ่านกราฟ

ในโลกของการวิเคราะห์เชิงคลื่น (Elliott Wave Theory) มีแพทเทิร์นจำนวนมากที่ถูกพูดถึง แต่มีไม่กี่รูปแบบที่ “ส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงจังหวะ” ได้อย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในนั้นคือ Zigzag Pattern หรือโครงสร้าง 5–3–5 ที่มักซ่อนตัวอยู่แทบทุกจังหวะสำคัญของตลาด ทั้งในช่วงพักตัวและช่วงเปลี่ยนทิศทาง

หลายคนเข้าใจว่า Zigzag ใช้เพื่อ “ทำนายอนาคต” แต่จริง ๆ แล้วประโยชน์ที่แท้จริงของมัน คือการทำให้เรารู้ว่า “ตอนนี้ตลาดอยู่ในภาวะพักตัวแบบไหน และมีแนวโน้มจะเข้าสู่ช่วงเร่งตัวหรือเปล่า”
เพราะเมื่อเราอ่านคลื่นได้ถูก ต้องยอมรับว่าจังหวะหลายอย่างจะชัดเจนกว่าที่คิด


โครงสร้าง Zigzag ทำงานอย่างไร?

Zigzag เป็นหนึ่งใน Corrective Wave ที่พบได้บ่อยที่สุด ประกอบด้วยคลื่นย่อย 3 ชุด ได้แก่ A–B–C ซึ่งแยกย่อยเป็นโครงสร้าง 5–3–5 ดังนี้

  • คลื่น A = คลื่น 5 ขยัก
    มักเป็น Impulse หรือ Leading Diagonal

  • คลื่น B = คลื่น 3 ขยัก
    สามารถอยู่ในรูปแบบ Zigzag ย่อย, Flat, Triangle หรือ Combination

  • คลื่น C = คลื่น 5 ขยักเช่นเดียวกับคลื่น A

จุดเด่นของแพทเทิร์นนี้คือ คลื่น A และ C จะมี Momentum ชัดเจน ในขณะที่คลื่น B จะทำหน้าที่ “พักตัว” ก่อนเข้าสู่จังหวะเร่งต่อ

ในเชิงสัดส่วน คลื่น C มักยาวประมาณ 61.8% – 161.8% ของคลื่น A
ซึ่งเป็นหนึ่งในสัดส่วนที่นักวิเคราะห์ใช้เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของโครงสร้าง


Zigzag + Impulse: สิ่งบอกเหตุของจุดเปลี่ยนทิศทาง

หนึ่งในจังหวะที่ทรงพลังที่สุด คือการเห็น Impulse ตามด้วย Zigzag ซึ่งทำหน้าที่เหมือนการ “ยืนยัน” ว่าตลาดอาจเริ่มปรับแกนจากเดิม

ภาพรวมจะหน้าตาประมาณนี้:

  1. มี Impulse เกิดขึ้นชุดหนึ่ง

  2. ตามด้วย Corrective ที่มีโครงสร้าง Zigzag 5–3–5

  3. เมื่อเส้น Channel หรือเส้นกฎถูกเบรก มักเป็นจังหวะที่ตลาดเลือกทิศทางชัดเจนอีกครั้ง

คนที่อ่านคลื่นเป็นจะไม่ไล่ตามทุกจังหวะ แต่รอ “สิ่งบอกเหตุ” แบบนี้ก่อน จึงจะเริ่มพิจารณาจังหวะถัดไปตามทิศที่ตลาดกำลังให้ข้อมูล

 

ทำไม Zigzag ถึงช่วยลดการตัดสินใจผิดจังหวะได้จริง?

เพราะมันช่วยตอบคำถามสำคัญสองข้อ:

1) ตลาดกำลังเร่งตัวหรือพักตัว?

  • ถ้าเป็น Impulse = เร่งตัว

  • ถ้าเป็น Zigzag = พักตัวแบบแรง–พัก–แรง

2) ตอนนี้เราควรคิดฝั่งไหนเป็นหลัก?
เมื่อเห็น Impulse > Zigzag > Impulse ซ้ำ ๆ
นั่นคือรูปแบบที่บอกว่า “ตลาดกำลังไปทางนี้นะ อย่าสวนเล่น”

คนที่พลาดบ่อย ๆ มักเพราะเข้าในช่วง B หรือสวน C โดยไม่รู้ว่าเป็นเพียงคลื่นพัก

 

สรุป: Zigzag ไม่ได้ช่วยให้เราทำนาย แต่ช่วยให้เรา “อยู่ในจังหวะที่ถูกต้อง”

การอ่านคลื่นเป็นเรื่องของการเชื่อมโยงตรรกะ
สังเกตสิ่งบอกเหตุ
และเข้าใจโครงสร้างภายในมากกว่าการหวังพึ่งการคาดเดา

ยุทธศาสตร์ของคนที่ทำงานกับโมเดลนี้มานานไม่ใช่การทำนาย แต่คือการ “รอให้โครงสร้างชัด” ก่อนค่อยขยับ
และ Zigzag คือแพทเทิร์นที่ช่วยให้การรอนั้นคุ้มค่าขึ้นจริง ๆ


** ข้อมูลและเนื้อหาที่เผยแพร่โดย Aslan Wealth มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ความรู้และส่งเสริมความเข้าใจด้านการเงิuและการลงทุuเท่านั้น 

มิได้เป็นคำแนะนำการลงทุuเฉพาะบุคคล การลงทุuทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุuควรศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ และพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุu 

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้


0 Comments

Leave a comment